คำถามแรกที่เจ้าของแบรนด์ถามเสมอคือ “ไลฟ์ชั่วโมงละเท่าไหร่” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากถ้าไม่รู้บริบท เพราะราคาที่เห็นในตลาดตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่นต่อชั่วโมง ล้วนมีเหตุผลของมัน บทความนี้จะแจกแจงให้เห็นว่าเงินแต่ละบาทหายไปไหน
ทำไมราคาถึงต่างกันได้เป็นสิบเท่า
เพราะ “ไลฟ์หนึ่งชั่วโมง” ไม่ได้แปลว่าสิ่งเดียวกัน ลองเทียบสองกรณีนี้:
| ไลฟ์แบบประหยัด | ไลฟ์แบบทีมเต็ม | |
|---|---|---|
| คนหน้ากล้อง | 1 คน | MC + ทีมเชียร์ 2–3 คน |
| ทีมหลังบ้าน | ไม่มี | ดูแลตะกร้า คอมเมนต์ กราฟิก |
| อุปกรณ์ | มือถือ + ไฟวงแหวน | กล้องระดับโปร ไฟสตูดิโอ ไมค์ไร้สาย |
| ฉาก | มุมห้องทั่วไป | จัดฉากตามภาพลักษณ์แบรนด์ |
| ข้อมูล | ดูยอดรวมตอนจบ | รายงานรายเซสชัน + ปรับสคริปต์ |
ทั้งสองแบบเรียกว่า “ไลฟ์หนึ่งชั่วโมง” เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันมาก คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ “ชั่วโมงละเท่าไหร่” แต่คือ “ชั่วโมงละเท่าไหร่ แล้วได้อะไรบ้าง”
โครงสร้างต้นทุนของการไลฟ์หนึ่งเซสชัน
1. ค่าทีมงาน (สัดส่วนใหญ่ที่สุด)
MC ไลฟ์ที่ขายเป็นและอยู่หน้ากล้องได้นานเป็นทรัพยากรที่หายาก ยิ่งเป็น MC ที่เข้าใจกลไกการปิดการขายและจับคู่กับหมวดสินค้าได้ตรง ค่าตัวยิ่งสูง นอกจากนี้ยังมีทีมเชียร์ที่ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วม และทีมหลังบ้านที่ดูแลตะกร้าสินค้า โค้ดส่วนลด และตอบคอมเมนต์แบบเรียลไทม์
2. ค่าสถานที่และการจัดฉาก
ห้องไลฟ์ที่จัดฉากค้างไว้ได้มีค่ามากกว่าที่คิด เพราะการรื้อและเซ็ตใหม่ทุกวันกินเวลาวันละ 1–2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ควรใช้ขายของ ห้องที่ปรับฉากได้ตามภาพลักษณ์แบรนด์ยังช่วยให้ภาพลักษณ์ต่อเนื่องกับสื่ออื่น
3. ค่าอุปกรณ์และค่าเสื่อม
กล้อง ไฟ ไมค์ไร้สาย อุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพ และคอมพิวเตอร์สเปกสูง รวมกันเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ต่อหนึ่งห้อง และมีค่าเสื่อมเพราะใช้งานหนักทุกวัน ต้นทุนส่วนนี้ถูกเฉลี่ยเข้าไปในค่าบริการรายชั่วโมง
4. ค่าบริหารจัดการและข้อมูล
ส่วนที่มองไม่เห็นแต่สำคัญที่สุด คือคนที่อ่านตัวเลขแล้วบอกได้ว่าควรปรับอะไร ถ้าไม่มีส่วนนี้ การไลฟ์จะกลายเป็นการทำซ้ำโดยไม่พัฒนา
5. งบโฆษณา (แยกต่างหากเสมอ)
งบแอดคือเงินที่จ่ายให้แพลตฟอร์มโดยตรง ไม่ควรรวมอยู่ในค่าบริการของเอเจนซี ถ้าใครเสนอราคาแบบเหมารวมโดยไม่แยกงบแอด ให้ขอรายละเอียดเพิ่มเสมอ
ราคาถูกที่สุดไม่ใช่ราคาที่คุ้มที่สุด สิ่งที่ควรวัดคือต้นทุนต่อยอดขายหนึ่งบาท ไม่ใช่ต้นทุนต่อชั่วโมง
ราคาของ LIVE TO FLOW
| รูปแบบ | ช่วงราคาโดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Package Live Selling (ไลฟ์ต่อเนื่องรายเดือน) | เริ่มต้น 790 ฿/ชม. | แบรนด์ที่ต้องการไลฟ์ทุกวัน |
| Event Live Streaming | 7,500 / 15,000 / 29,000 ฿ ต่อเซสชัน | เปิดตัวสินค้า ไลฟ์ร่วมกับแขกรับเชิญ |
| Creator Content Package | เริ่มต้น 1,500 ฿/คน | สร้างการรับรู้และคลิปนายหน้า |
| Setup Shop & Ads | ประเมินเป็นราย case | ร้านที่ต้องเซ็ตอัพใหม่หรือปรับระบบ |
ราคาจริงขึ้นอยู่กับสโคปงานของแต่ละแบรนด์ — แอดไลน์เพื่อขอประเมินราคาฟรี
วิธีคำนวณว่าคุ้มหรือไม่
ใช้สูตรง่าย ๆ นี้ก่อนตัดสินใจ:
- หา Gross Margin ต่อชิ้น — ราคาขาย ลบ ต้นทุนสินค้า ลบ ค่าส่ง ลบ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
- หาจุดคุ้มทุนต่อชั่วโมง — ค่าไลฟ์ต่อชั่วโมง หาร Gross Margin ต่อชิ้น = ต้องขายกี่ชิ้นต่อชั่วโมงถึงเสมอตัว
- เทียบกับความเป็นจริง — ถามทีมที่จะจ้างว่าสินค้าหมวดเดียวกันเคยทำได้กี่ชิ้นต่อชั่วโมง
ตัวอย่าง: สินค้าราคา 490 บาท กำไรขั้นต้น 200 บาทต่อชิ้น ค่าไลฟ์ 1,000 บาทต่อชั่วโมง แปลว่าต้องขายให้ได้ 5 ชิ้นต่อชั่วโมงถึงจะเสมอตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประเมินได้ไม่ยากว่าเป็นไปได้หรือไม่
คำถามที่ควรถามก่อนจ้าง
- ทีมที่มาไลฟ์มีกี่คน และแต่ละคนทำหน้าที่อะไร
- เคยทำสินค้าหมวดเดียวกับเราหรือไม่ ผลเป็นอย่างไร
- รายงานผลอย่างไร ถี่แค่ไหน และมีข้อมูลอะไรบ้าง
- ถ้ายอดไม่เป็นไปตามคาด มีกระบวนการปรับอย่างไร
- งบแอดแยกจากค่าบริการชัดเจนหรือไม่
- มีขั้นต่ำหรือสัญญาผูกมัดกี่เดือน
สรุป
ราคาไลฟ์สดไม่ควรดูแค่ตัวเลขต่อชั่วโมง แต่ต้องดูว่าได้ทีมแบบไหน อุปกรณ์ระดับใด และมีระบบวัดผลหรือไม่ แบรนด์ที่ประหยัดค่าไลฟ์แล้วไม่มีข้อมูลกลับมา มักเสียเงินมากกว่าในระยะยาว เพราะไม่รู้ว่าต้องแก้อะไร
ขอประเมินราคาที่คำนวณจากสินค้าของคุณจริง ๆ
บอกเราว่าขายอะไร ราคาเท่าไหร่ และตอนนี้ยอดประมาณไหน เราจะคำนวณจุดคุ้มทุนให้ดูก่อนตัดสินใจ ฟรี